วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงาน เรื่อง ยาดมสมุนไพร





     
    ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน


1. ได้รับความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณต่างๆ ของสมุนไพรไทยแต่ละชนิด

2. เป็นการนำเอาสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นของเรา มาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

3. ยาดมสมุนไพรที่ได้จากโครงงานนี้ สามารถนำมาใช้เป็นยาบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะได้

4. สามารถนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดเป็นธุรกิจทางการค้าได้ในอนาคต

5. ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การประสานงานกันภายในกลุ่ม และการวางแผนการทำงานร่วมกัน







วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3


                  
                           Google Chrome

          
           ประวัติ Google Chrome

          ประวัติ Google.com ประวัติ Google Google มาจากคำว่า Googol ซึ่งหมายถึงจำนวนทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงเลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 อีกหนึ่งร้อยตัว อันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของบริษัทที่จะจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล Google Inc. เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฎใน Search Engine ของGoogle , E-mail ,แผนที่ออนไลน์,ซอฟแวร์จัดการด้านสำนักงาน,เครือข่ายออนไลน์ และ วิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา Google สำนักงานใหญ่รู้จักกันในนาม Google plex ตั้งอยู่ที่เมือง เมาท์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนียโดยมีพนักงาน (นับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550) 16,805 คน โดย Google เป็นบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุด ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวน์โจนส์ Google ก่อตั้งโดย แลย์รีย์ เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่ กำลังศึกษา อยู่ที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อน ที่เมนโลพาร์ค แคลิฟอร์เนีย และ มีการเสนอขายหุ้นใหม่ให้แก่ประชาชนครั้งแรกเมื่อ 19 สิงหาคม 2547 เพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท 1.67 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นทาง Google ได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟแวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นเข้ามา Google ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดโดยนิตยสารฟอร์จูน ซึ่งมีคติพจน์ประจำบริษัท คือ Don’t be evil


          แลรีย์ เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ผู้ก่อตั้ง Google Google เริ่มก่อตั้งเมื่อ มกราคม 2539 จากโครงงานวิจัยสำหรับดุษฎีนิพนธ์ ของแลรีย์ เพจ และ เซอร์เกย์ บริน นักศึกษามหาวิทยาลัยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จากสมมุติฐานของ Search Engine ที่สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเวปไซต์ มาจัดอันดับการค้นหาที่เรียกว่า เพจแรงก์ โดยชื่อ Search Engine ที่ตั้งมาในตอนนั้น ชื่อว่า Back Rub ตามความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลิงค์ย้อนกลับไป (Back Links) เพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของแต่ละ เว็บไซต์ โดยเวปไซต์ที่มีเวปไซต์อื่นเข้ามาลิงค์มากที่สุด จะเป็นเวปไซต์ที่มีความสำคัญสูงสุด และ จะถูกจัดอันดับให้ดีกว่า โดยทั้งคู่ได้ทดสอบ Search Engine โดยใช้Server ของ
มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในชื่อ Domain ว่า Google.Standford.Edu และต่อมาได้จดทะเบียนบริษัทกูเกิล (Google Inc.) ในวันที่ 7 กันยายน 2541 และชื่อ Domain Google ได้ถูกจดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ในขณะเดียวกันทั้งคู่ได้ลาพักการเรียน และใช้เวลาในการพัฒนาหาเงินทุนพัฒนาจากครอบครัว เพื่อนฝูง และ นักลงทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเช็คเงินจาก แอนดี้ เบกโทลไซม์ ผู้ก่อตั้ง ซันไมโครซิสเตมส์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542 บริษัทได้ย้ายไปยังเมือง แพโลอัลโท ที่ตั้งของบริษัทคอมพิวเตอร์หลายแห่ง ซึ่งต่อมา Googleได้ย้ายบริษัทอีกครั้งไปยังเมือง เมาท์เทนวิว ไปยังสำนักงานใหญ่ในชื่อเล่นว่า Google Plex ซึ่งในปี 2543 Google ได้เปิดธุรกิจในส่วนโฆษณา ในชื่อ Adwords และ Adsense โดยเป็นการโฆษณาผ่านคำค้นหา ซึ่งทำให้ข้อความโฆษณาตรงกับความต้องการของผู้ค้นเนื้อหาในเวปไซต์ และสองส่วนนี้กลายเป็น ธุรกิจหลักของ Google ร่วมกับตัว Search Engine




          พัฒนาการของ Search Engine ก่อนที่จะ เป็น Google ความต้องการในการใช้บริการ Search Engine มีการเติบโตขึ้นและ ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมถึง www. ซึ่งในยุคแรกของการใช้บริการ Search Engine Yahoo เป็นบริษัทแรกที่เข้ามามีบทบาท โดยการใช้ มนุษย์ในการจัดเรียงข้อมูล ต่อมาWebsite ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและ ได้ต่อมาเมื่อมีการคิดค้น เทคโนโลยี Alta vista ซึ่งเป็นเครื่องมือ Search อัตโนมัติผ่านทางโปรแกรม Spiders ซึ่งสามารถค้นหาสาระที่ต้องการโดยใช้วิธีการ Algorithms ซึ่งจัดลำดับหน้าข้อความที่เกี่ยวข้องโดยใช้พื้นฐานของคีย์เวิร์ดที่ซ้ำกันอ้างอิง Yahoo ได้ใช้ เทคโนโลยีนี้เป็น Search Engine จนกระทั่งในปี 1998 Alta Vista ได้ถูกแทนที่ด้วยInktomi ซึ่งมีความสามารถในการหาข้อมูลที่รวดเร็วกว่า Yahoo ใช้เทคโนโลยี ของ Inktomi จนกระทั่งในปี 1999 บริน และ เพจ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจาก กองทุนSequoia และ Kliner ได้พัฒนา Google ขึ้นมา แทนที่ Inktomi โดย Google สามารถจัดการกับ web ในระบบ ได้ถึง 1,000 ล้านเวป จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ Google กลายเป็นผู้นำในด้าน Search Engine ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้ Yahoo ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ของ Google มาใช้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น ของบริษัทนับตั้งแต่นั้นมาจัดตั้งบริษัทมหาชน ในวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ได้เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน โดยมีจำนวนหุ้นทั้งหมด 19,605,052 หุ้นที่ราคา 85 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น โดย 14,142,135 หุ้นได้มีการเปิดขายแก่ประชาชนโดย Google และ 5,412,967 โดยผู้ถือหุ้นขาย หุ้นของ Googleในช่วงขายหุ้นครั้งแรกมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงกว่า 200% ในช่วงปิดตลาดหุ้นวันแรกที่ได้ประกาศ เปรียบเทียบกับไป่ตู้ Search Engineของประเทศจีน มูลค่าเพิ่มขึ้น 354% ในช่วงปิดตลาดวันแรก และในเดือนตุลาคม 2550 หุ้นGoogle ได้ขึ้นไปอยู่ที่ 700 เหรียญสหรัฐ การซื้อกิจการ ตั้งแต่ปี 2544 กูเกิลได้เริ่มมีการซื้อบริษัทที่มีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เข้ามา ตัวอย่างบริษัทและผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อได้แก่ บล็อกเกอร์พัฒนาโดยไพราแล็บส์แพลตฟอร์มสำหรับให้บริการเขียนบล็อก ปีกาซาที่พัฒนาโดยไอเดียแล็บซอฟต์แวร์สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ คีย์โฮลพัฒนาโดยบริษัทคีย์โฮลซอฟต์แวร์สำหรับดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลเอิร์ธ เออร์ชินเว็บแอปพลิเคชันในการวิเคราะห์สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแอนะลิติกส์ ไรต์รีเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเอกสารสำนักงานออนไลน์ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของด็อกส์ สเก็ตช์อัปพัฒนาโดยแอตแลสต์ซอฟต์แวร์สำหรับวาดภาพสามมิติ ยูทูบเว็บไซต์ให้บริการแชร์วิดีโอออนไลน์ จอตสปอตเว็บไซต์สำหรับสร้างเว็บไซต์แนววิกิปัจจุบันใช้ชื่อไซต์ ดับเบิลคลิกบริษัทให้บริการโฆษณาออนไลน์ ไจกุเครือข่ายสังคมออนไลน์



          Google Chrome คือ บราว์เซอร์ใหม่จาก Google



          Google Chrome คือ Web browser ที่สร้างขึ้นโดย Google (พวกเดียวกับ IE,Firfox,Opera) Google Chrome ถือว่าเป็นสุดยอด web browser ตัวใหม่ที่เปิดตัวออกมาให้ download google chrome มาติดตั้ง และใช้งานกันจากผู้ที่ได้ลองใช้ ส่วนใหญ่ก็ต่างชื่นชมในความสามารถที่ทำงานได้รวดเร็ว (เร็วกว่า firefox, IE) และ ที่สำคัญกินทรัพยากร RAM น้อยกว่า browser อย่าง Firefox แต่ก็มีข้อเสียคืดถ้าเปิด Flash Video แล้ว กินทรัพยากรมากว่า Browser ตัวอื่นๆ ส่วนข้อเสียก็มีบ้าง และที่สำคัญขาด Plugin ทำให้การใช้งานจริงล่าช้า เช่น ขาด Delicious Plugin, Google Toolbar (ซึ่งไม่น่าขาด) แต่เนื่องจาก Google Chrome ตัวนี้ เป็นแค่เพียงตัวเรียกน้ำย่อยเท่านั้น เพราะของจริงจะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ่้นกว่าปัจจุบัน



          ส่วนการติดตั้งก็ไม่มีอะไรมากมาย เพียงแค่เข้าไปในเว็บของทางกูเกิล
( http://www.google.com/chrome ) อ่านเอกสารข้อตกลงการใช้งานกันเล็กน้อย จากนั้นเข้าไปทำการดาวน์โหลดและสามารถเริ่มการใช้งานได้ทันที





วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2




          เว็บเบราเซอร์ (web browser) หมายถึงอะไร?
          

          เว็บเบราว์เซอร์ (web browser) เบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเว็บที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ





          การทำงานของเว็บเบราว์เซอร์

          หน้าที่ของเว็บเบราเซอร์ คือการแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทำให้ด้วยโครงสร้างของ Hypertex Markup Language (HTML) ปัจจุบันความสามารถภายในตัวของเว็บเบราเซอร์มีมากมายเช่น การแสดงรูปภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, ดนตรี, เสียง, ภาพวีดีโอ และการซื้อ-ขายผ่านเว็บเบราเซอร์ กราฟฟิกเว็บเบราเซอร์ (Graphic Web Browser) ได้แก่ Microsoft Internet Explorer, Netscape


หลักการทำงานของเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)

     หลักการทำงานของเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) ในเว็บเบราเซอร์แต่ละตัวมีความสามารถในการแปล (Interpreter) ความหมายว่าเว็บเบราเซอร์จะทำการแปลเอกสาร HTML ทีละบรรทัดแล้วแสดงผลการแปลต่างๆ ออกมานอกจากนั้นเว็บเบราเซอร์ จะทำการแปลรหัสโปรแกรมต่างๆ เช่น Java Script, VBScript, หรือ Java ให้เป็นเอ๊กซีคิวต์เบิลโมดู (Executable Module) แล้วส่งให้ทำงานอยู่ภายในเว็บเบราเซอร์นั้น เป็นการขยายความสามารถของเบราเซอร์ที่เราเรียกว่า เอ๊กซีคิวต์เทเบิลโมดูล, ปลั๊กอิน (Plug-In) หรือเรียกว่า เธริ์ดปาร์ตี้ (Third Party) ก็ได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้แก่
     1.Macromedia Flash & Shockwave
     2.Adobe Acrobat
     3.Apple QuickTime
     4.Macromedia Flash & Shockwave
     5.Real Player



          ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 3 โปรแกรม 

1.Google Chrome


2.Firefox


3.Internet Explorer




วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 1


อินเตอร์เน็ตหมายถึงอะไร?
อินเทอร์เน็ต หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติที่มีสายตรงต่อไปยังสถาบันหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ทั่วโลก ผ่านโมเด็ม (modem) คล้ายกับ Compuserve ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) สามารถสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูล และโปรแกรมบางโปรแกรมมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม มีผู้เปรียบเทียบว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนทางหลวงระหว่างประเทศ แต่ละประเทศจะต้องมีถนนเข้ามาเชื่อมต่อเข้าไปในประเทศ กล่าวคือ จะต้องมีเครือข่ายภายในรับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง (เช่น ไทยมี Chulanet, KSC , Infonews เป็นต้น ) มิฉะนั้นก็จะใช้ไม่ได้ผล

ประวัติความเป็นมาของอินเทอเน็ตในประเทศไทย
     อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
 ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอนิกส์แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย (โครงการ IDP) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นที่อยู่อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC (Thailand) จำกัดได้ขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ตเป็น dect.co.th โดยที่คำ “th” เป็นส่วนที่เรียกว่า โดเมน (Domain) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยย่อมาจากคำว่า Thailand
กล่าวได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตชนิดเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ในประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 9600 บิตต่อวินาที จากการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่บริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เชื่อมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย “ไทยเน็ต” (THAInet) ซึ่งนับเป็นเครือข่ายที่มี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรือประตูสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย (ปัจจุบันเครือข่ายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 4 แห่งเท่านั้น ส่วนใหญ่ย้ายการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตโดยผ่านเนคเทค (NECTEC) หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ)

ปี พ.ศ.  2535 เช่นกัน เป็นปีเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจัยโดยมีชื่อว่า "เอ็นดับเบิลยูจี" (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค และได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า "ไทยสาร" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network) เพื่อการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยเริ่มแรกประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 8 แห่ง ปัจจุบันเครือข่ายไทยสารเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ กว่า 30 แห่ง ทั้งสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ

ปัจจุบันได้มีผู้รู้จักและใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 100 % สมาชิกของอินเทอร์เน็ตขยายจากอาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปสู่ประชาชนทั่วไป